วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Love's Cheese | เรื่องชีส ชีส

Love's Cheese | เรื่องชีส ชีส


ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่รักและชื่นชอบในการทานชีส
คุณเคยถามตัวเองไหมว่า "คุณรู้จักชีสดีแค่ไหน?"
ชีสมาจากไหน ชีสมีกี่ประเภท และชีสมีดีอะไรบ้าง?
ถ้าคุณพร้อมแล้ว.. เราจะมาทำความรู้จักชีสไปพร้อมๆ กัน :)

About CHEESE มาทำความรู้จักชีสกัน

วิดีโอตัวอย่างเกี่ยวกับการผลิตชีส


กว่าจะมาเป็นชีสได้มันไม่ง่ายเลยนะ
เรามาดูกันว่าเขาทำยังไงกว่าจะได้ชีสมาให้เราทานกัน





Myths of CHEESE มาเป็นชีสได้ยังไง?

เคยสงสัยรึป่าวคะว่า "ชีส"ที่เราชอบทานกันอยู่ในปัจจุบันนี้ 
มีต้นกำเนิดมาจากที่ไหน เกิดจากอะไร และใครเป็นคนคิด?

ดิฉันเป็นคนนึงที่รักและชื่นชอบในการทานชีส
ก็เลยตั้งคำถามกับตัวเองว่า 

"ชีสมันมีมาได้ยังไง 
ใครเป็นคนคิดการผลิดอาหารชนิดนี้กันนะ?"

จากที่ดิฉันลองศึกษาดูก็พบว่ามีอยู่ 2 ตำนาน ที่คนส่วนใหญ่เชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของชีส

เรามาดูกันเลยว่าตำนานที่เขาว่ากันนั้นเป็นยังไง :)



เกิดจาก.. การเดินทาง

เพียงการเดินทางเพียงหนึ่งสัปดาห์
หนึ่งเดือน หนึ่งปี มันมีความหมาย
ทำให้เติบโตเรียนรู้เข้าใจได้มากกว่า

การเดินทางของฉันและเธอคือการเรียนรู้

การเรียนรู้ของเราสองคนคือความเข้าใจ
เธอเข้าใจและฉันเข้าใจก็ทำให้เรามั่นใจ

^0^


ตำนานนี้เล่ากันว่า..

ชีสเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 6,000 ปีก่อนที่ทะเลทรายแห่งหนึ่ง
มีชายชนเผ่าเร่ร่อนชาวเบดูอินคนหนึ่ง 
เขาเดินทางอยู่ในทะเลทราย โดยมีอูฐเป็นยานพาหนะ
เสบียงอาหารที่เขามีอยู่เพียงอย่างเดียวคือ นม 
เพื่อใช้ดื่มแทนน้ำ
เขาใช้กระเพาะของแพะเป็นภาชนะในการบรรจุนม
ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดในทะเลทราย 
และการเขย่าไปมาของกระเพาะแพะที่บรรทุกอยู่หลักอูฐ
ทำให้สารเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารของแพะ มีชื่อว่า "เอนไซม์เรนนิน"
ทำปฏิกิริยากับน้ำนม เกิดเป็นการแยกชั้นระหว่างน้ำและโปรตีน
ในระหว่างทางนักเดินทางเกิดหิวน้ำ 
เขาได้หยิบกระเพาะแพะขึ้นมาเพื่อที่จะดื่มนม
แต่เขาก็พบว่านมนั้นได้กลายเป็นก้อนไปซะแล้ว
ด้วยความหิวเขาเลยหยิบก้อนนมนั้นมาทาน 
และมันก็ทำให้เขาพบว่า
มันเป็นอาหารอีกชนิดที่ทานได้และมีรสชาติที่อร่อยมากกก  
YUMMY ><

=|=|=|=|=|=|=|=|=|=|=

เกิดจาก.. บุตรชายของเทพเจ้า

OMG! ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ ที่จะเสกปราสาทงามให้เธอ

ไม่มีฤทธิ์เดช ไม่มีราชรถเลิศเลอ =0=






เทพเจ้าที่กล่าวถึงในตำนานนี้คือ เทพเจ้าอะพอลโล
บุตรชายของเขาซึ่งมีชื่อว่า อริสเตอุส เป็นผู้ให้กำเนิดชีส
อริสเตอุส ได้ถ่ายทอดวิธีการผลิตชีสให้แก่ชาวกรีก
และชาวกรีกก็ได้ถ่ายทอดวิธีการทำชีสให้กับชาวโรมัน
เมื่อทหารโรมันออกรบ พวกเขาจะนำชีสไปเป็นเสบียง 
และแจกจ่ายให้กับทหารท้องถิ่น ณ ที่นั้นๆ
ทำให้ชีสเริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่หลายมากขึ้นเกือบทั่วโลก


 ในยุคต่อมา มีบาทหลวงคนหนึ่งได้เกิดไอเดียขึ้นมา 
โดยการผลิตออกจำหน่าย เพื่อหารายได้เข้าโบสถ์
ทำให้โบสถ์กลายเป็นสถานที่ที่รวมความรู้เกี่ยวกับการผลิตชีส
ชาวบ้านที่สนใจก็เลยเข้าโบสถ์ไปเพื่อศึกษาวิธีการทำชีสจากบาทหลวง
และได้มีการพัฒนาวิธีการผลิตมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

=|=|=|=|=|=|=|=|=|=|=


จนถึงปัจจุบันนี้ 

ก็ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าตำนานใดกันแน่

ที่เป็นต้นกำเนิดของ.. CHEESE

แต่สรุปแล้วก็คือ ---: ชีสเกิดจาก .. 

นม + เอนไซม์ = โปรตีน == CHEESE




CHEESE มีกี่ประเภทกันนะ?

คุณรู้มั้ยว่าชีสบนโลกนี้มีกี่ประเภท?
อ่ะๆ จะบอกให้ ไม่มากเท่าไหร่ค่ะ แค่ประมาณ 3,000 กว่าชนิด
CHEESE! ถ้าจะให้พูดกันหมดนี่คงแก่กันพอดี อิอิ


เอาเป็นว่าเราจะมาทำความรู้จักประเภทใหญ่ๆ ของชีสกันนะคะ
ชีส แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 4 ประเภท ดังต่อไปนี้ค่ะ

ประเภทที่ 1 เรียกว่า Very Hard Cheese

ชีสประเภทนี้เป็นชีสที่มีเนื้อแข็ง 
เพราะใช้เวลาในการบ่มนานมาก(มากๆ) 
บ่มจนไม่เหลือความชื้นอยู่ในเนื้อชีสเลย 
ชีสประเภทนี้ที่เรารู้จักกันทั่วไปก็คือ Parmesan Cheese



ประเภทที่ 2 เรียกว่า Hard Cheese

ชีสประเภทนี้เป็นชีสที่พอมีความชื้นอยู่บ้าง 
ทำให้มีเนื้อแข็งแต่ไม่มากเท่า very hard cheese 
ชีสประเภทนี้เป็นประเภทที่นิยมกันในบ้านเรา 
อย่างเช่น Cheddar Cheese




ประเภทที่ 3 เรียกว่า Semi Soft Cheese


ชีสประเภทนี้เป็นชีสที่มีเนื้อนุ่ม 
เช่น Mozzarella Cheese, Blue Cheese



ประเภทที่ 4 เรียกว่า Soft Cheese

ชีสประเภทนี้เป็นชีสที่มีความชื้นสูง 
เช่น Cottage, Ricotta และ Mascarpone




นอกจากนี้ยังมีชีสอีกประเภทที่เรียกว่า Smoked Cheese คือ ชีสประเภทที่มีการแต่งรสแต่งสี และแต่งกลิ่นต่างๆ 
เช่น รสพริกไทย รสแฮม หรือรสปาปริก้า เป็นต้น



CHEESE กับประโยชน์แบบเน้นๆ

 CHEESE 
ไม่ได้มีประโยชน์แค่เพิ่มรสชาติของอาหาร 
แต่ชีสมีประโยชน์มากกว่านั้นที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

จริงๆ แล้วชีสมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด
อยากรู้ใช่ไหมล่ะว่าประโยชน์หลักๆ ของชีสมีอะไรบ้าง

LET GO!




ประการที่ 1 
CHEESE ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

เพราะในชีสมีแคลเซียมที่อยู่ในรูปแบบที่ดูดซึมได้ง่าย
ช่วยให้กระดูกแข็งแรง 
และมีหน้าที่สำคัญในการทำงานของเซลล์ต่างๆ


ประการที่ 2
CHEESE ช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย

เพราะชีสเป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี 
คือ มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณที่สูงมาก
และยังเป็นสารอาหารที่สำคัญของร่างกายอีกด้วย



ประการที่ 3
CHEESE บำรุงฟังให้แข็งแรง

อย่างที่บอกไปในประการที่ 1 คือ ชีสมีแร่ธาตุแคลเซียม
ที่มีส่วนช่วยในการดูแล และบำรุงฟันให้แข็งแรง



ประการที่ 4
CHEESE ช่วยลดน้ำหนัก

เพราะโปรตีนที่อยู่ในชีสช่วยให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้น
และอยู่ท้องได้นานกว่าอาหารประเภทข้าวขัดสี
แต่การจะลดน้ำหนักจากการทานชีสได้นั้น 
เราต้องเลือกทานชีสประเภทไขมันต่ำและโปรตีนสูง



ประเภทที่ 5
CHEESE ช่วยเพิ่มน้ำหนัก

นอกจากชีสจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว 
ในทางตรงกันข้ามชีสยังช่วยเพิ่มน้ำหนักได้อีกด้วย
โดยเฉพาะคนที่เพิ่งหายจากอาการป่วย
และน้ำหนักลดลงไปมาก
เนื่องจากชีสมีบางประเภทมีส่วนผสมของไขมันสูง 
ทำให้ร่างกายได้พลังงานจากไขมัน
เพราะฉะนั้นหากเราทานชีสในปริมาณที่พอดี 
ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปก็จะช่วยให้ร่างกายได้พลังงานสูง 
และช่วยเพิ่มน้ำหนักได้อีกด้วย




TIP !!

รู้มั้ย? ดื่มนมไม่ได้ ชีสช่วยได้นะ!

บางคนที่ไม่สามารถดื่นมได้ 
คือ มีอาการแพ้นม เมื่อดื่มแล้วอาจจะทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และท้องเสีย
ทำให้ร่างกายขาดโปรตีน
แต่การทานชีสสามารถทดแทนการดื่มนมได้ 
เนื่องจากชีส คือ โปรตีนที่ได้จากนม
คนที่แพ้นมสามารถทานโปรตีนทดแทนจากชีสได้ :)



เดี๋ยวก่อน! CHEESE มีประโยชน์ก็จริง แต่ก็มีโทษเช่นกันนะจ๊ะ

** ต้อง รู้ ไว้ **

แม้ว่าการทานชีสจะมีประโยชน์อยู่มาก 
แต่ก็มีข้อที่เราควรระวังด้วยเช่นกัน 
นั่นคือ ในชีสจะมีประมาณของเกลืออยู่สูง 
ดังนั้น คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด ควรระวังในการทานชีส 
คือ ทานในปริมาณที่น้อย
หรือเลือกทานชีสประเภทที่มีปริมาณของเกลือต่ำ

และการเก็บรักษาชีสนั้น ควรเก็บในที่แห้งและเห็น 
เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อรา




สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับชีสได้ที่: